
EECO ผนึก เขาช่อง-มรร.สร้างโอกาสใหม่สู่ชุมชนในพื้นที่ ดัน ‘เมืองกาแฟ’ เชื่อมการศึกษา การลงทุน และเศรษฐกิจฐานราก
สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ EECO จัดกิจกรรมการมีส่วนร่วมกับพื้นที่และชุมชนระหว่างเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษตามแผนการดำเนินงานในพื้นที่กับวิสาหกิจชุมชน กลุ่ม/ชุมชน เพื่อสร้างโอกาสทางการตลาดหรือการพัฒนากิจกรรมภายใต้ โครงการสร้างการรับรู้ของประชาชนในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับบทบาทของ สกพอ. ขึ้น เพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับบทบาทของ สกพอ. เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ และนำร่องการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ควบคู่กับการลงทุนขนาดใหญ่ผ่านความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษา ภาคเอกชน และชุมชนในพื้นที่ โดยแนวทางการพัฒนาด้านกาแฟเป็นหนึ่งในต้นแบบที่สะท้อนแนวทางดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้ความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ (มรร.) จังหวัดฉะเชิงเทรา และบริษัท เขาช่อง กรุ๊ป จำกัด ในการต่อยอดศักยภาพการปลูกกาแฟ ผลิตภัณฑ์และบริการ การท่องเที่ยว สู่การสร้างอาชีพและรายได้ใหม่ให้กับประชาชนในพื้นที่
กิจกรรมดังกล่าว จัดขึ้นเพื่อเปิดรับฟังความคิดเห็น และการมีส่วนร่วมกับพื้นที่และชุมชนอย่างเป็นทางการ ภายใต้แนวคิด ‘จากเมล็ดกาแฟสู่โอกาสทางธุรกิจและการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน’ โดยมีกลุ่มเป้าหมายหลักคือ วิสาหกิจชุมชน เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟ ผู้ประกอบการร้านกาแฟ และผู้สนใจในธุรกิจกาแฟในพื้นที่ EEC มาร่วมฟังความคิดเห็นและรับถ่ายทอดองค์ความรู้ร่วมกัน ก่อนนำร่องไปสู่การต่อยอดในโครงการการยกระดับมูลค่ากาแฟแปดริ้วด้วยนวัตกรรมและอัตลักษณ์ท้องถิ่น สู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์เชิงสร้างสรรค์เชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomy City) อย่างยั่งยืน ที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) มีเป้าหมายสร้างองค์ความรู้ พัฒนาผลิตภัณฑ์ และเชื่อมโยงเครือข่ายทางเศรษฐกิจ เพื่อให้ชุมชนสามารถเข้าถึงประโยชน์จากการพัฒนาของ EECO ได้อย่างเป็นรูปธรรม
ดร.ดารินันท์ นันทวงค์ รักษาการผู้อำนวยการสำนักพัฒนาพื้นที่และชุมชน สายงานพื้นที่และชุมชน สกพอ. เผยว่า ‘แนวทางการพัฒนา EEC จะให้ความสำคัญกับการสร้างสมดุลระหว่างการลงทุนและการพัฒนาคน โดยส่งเสริมให้ประชาชน ชุมชน และผู้ประกอบการท้องถิ่นสามารถเชื่อมโยงเข้าสู่ห่วงโซ่คุณค่าของกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในพื้นที่ การสนับสนุนโครงการผ่านกองทุนพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) จึงเป็นอีกกลไกสำคัญในการสร้างโอกาสใหม่ให้กับชุมชน ยกระดับศักยภาพของพื้นที่’
รศ. ดร.ดวงพร ภู่ผะกา อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ กล่าวว่า ‘พื้นที่ EEC ถือได้ว่ามีศักยภาพในการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์จากฐานทรัพยากรเดิม ทั้งภาคเกษตร อาหาร และวัฒนธรรมท้องถิ่น ซึ่งหลายคนอาจจะไม่ทราบว่า พื้นที่นี้ก็มีกาแฟที่มีชื่อเสียง ‘กาแฟแปดริ้ว’ ซึ่งสามารถต่อยอดสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มได้ตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่การปลูก การแปรรูป การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การสร้างแบรนด์ การเปิดร้านกาแฟ ไปจนถึงการเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวเชิงอาหาร มรร. จึงเข้ามาเป็นศูนย์กลางองค์ความรู้ในการศึกษาศักยภาพการปลูกกาแฟ พัฒนาผลิตภัณฑ์ ถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่เกษตรกรและผู้ประกอบการ รวมถึงสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน เพื่อผลักดันให้พื้นที่นี้ก้าวสู่การเป็น เมืองแห่งคาเฟ่และศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านกาแฟภาคตะวันออกในอนาคต’
ทั้งนี้ อีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญของความร่วมมือครั้งนี้ คือ บริษัท เขาช่อง กรุ๊ป จำกัด แบรนด์กาแฟสัญชาติไทยที่อยู่คู่คนไทยมากว่า 60 ปี และอยู่ระหว่างการขึ้นทะเบียนเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษอุตสาหกรรมการแปรรูปอาหาร (บางปะกง) โดยมีความมุ่งมั่นในการยกระดับศักยภาพอุตสาหกรรมกาแฟไทยผ่านนวัตกรรม องค์ความรู้ และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจและชุมชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน
นายอาวิทธ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้บริหาร บริษัท เขาช่อง กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า ‘ในฐานะแบรนด์กาแฟสัญชาติไทยที่อยู่คู่คนไทยมากว่า 60 ปี เขาช่องมีความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์กาแฟคุณภาพที่สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล โดยอาศัยศักยภาพของคนไทย วัตถุดิบไทย และองค์ความรู้ของไทยตลอดห่วงโซ่คุณค่า ความร่วมมือระหว่างเขาช่อง ชุมชนในพื้นที่ และมหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ ภายใต้ระบบนิเวศที่ EEC ช่วยส่งเสริมและเชื่อมโยงความร่วมมือ ถือเป็นโอกาสสำคัญในการนำจุดแข็งของทุกภาคส่วนมาผสานเข้าด้วยกัน ทั้งองค์ความรู้ งานวิจัย ภูมิปัญญาท้องถิ่น ทรัพยากรในพื้นที่ และความเชี่ยวชาญของภาคธุรกิจ เพื่อร่วมกันสร้างคุณค่าใหม่ให้กับอุตสาหกรรมกาแฟไทย’
‘เราเชื่อว่าการสร้างระบบนิเวศแห่งความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคการศึกษา ภาคเอกชน และชุมชน จะช่วยปลดล็อกศักยภาพใหม่ๆ ให้กับผลิตภัณฑ์กาแฟไทย ทั้งในด้านนวัตกรรม การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการสร้างอัตลักษณ์ที่โดดเด่นยิ่งขึ้น ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของกาแฟไทยในตลาดโลก สำหรับเขาช่อง ความร่วมมือครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ดียิ่งขึ้น แต่เป็นการร่วมสร้างคุณค่าระยะยาวให้กับชุมชน สังคม และเศรษฐกิจของประเทศ ผ่านการผสานองค์ความรู้ ทรัพยากร และศักยภาพของทุกภาคส่วน เพื่อให้กาแฟไทยสามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง ยั่งยืน และเป็นที่ยอมรับในเวทีสากลต่อไป’
ความร่วมมือดังกล่าว จึงเป็นตัวอย่างของโมเดลการพัฒนาแบบ Public-Private Partnership (PPP) ที่ไม่ได้วัดผลสำเร็จจากเม็ดเงินลงทุนเพียงอย่างเดียว แต่ให้ความสำคัญกับการสร้างคน สร้างองค์ความรู้ สร้างอาชีพ และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ให้กับชุมชน เพื่อให้ประชาชนสามารถเติบโตไปพร้อมกับการพัฒนาของพื้นที่ EEC ได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว.

+ There are no comments
Add yours