
คณะกรรมการพัฒนาชุมชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้าฯ จ.ระยอง เดือด กกพ. เตะถ่วงไม่อนุมัติงบประมาณโครงการพัฒนาชุมชน ทำชุมชนรอบโรงไฟฟ้าเสียโอกาสในการพัฒนา ตั้งโต๊ะแถลงข่าวจวกยับ เตรียมบุกแสดงพลังหน้าโรงไฟฟ้า-ไม่ง้อไม่ของบทำโครงการ ปี 69
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 3 ก.พ.68 ที่ห้องประชุมสำนักงานกองทุนพัฒนาไฟฟ้าเขตนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง อ.เมือง จ.ระยอง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีคณะกรรมการพัฒนาชุมชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้าตำบล (คพรต.) ซึ่งเป็นตัวแทนชาวบ้าน 93 ชุมชน นำโดยนายภิรมย์ ชาลวัลย์ รองประธานคณะกรรมการพัฒนาชุมชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า (คพรฟ.) คนที่ 2 ได้ร่วมประชุมหารือ ตั้งโต๊ะแถลงข่าว เพื่อทวงถามกรณีการเสนอของบประมาณโครงการชุมชน ประจำปีงบประมาณ 2568 ของคณะกรรมการพัฒนาชุมชนในพื้นที่รองโรงไฟฟ้า (คพรฟ.) กองทุนพัฒนาไฟฟ้าเขตนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ไม่อนุมัติงบฯ ทำให้ชาวบ้านในชุมชนมาบตาพุดรอบโรงไฟฟ้ารัศมี 5 กม. เสียโอกาสในพัฒนาพื้นที่ และไม่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทันต่อสถานการณ์ และงบประมาณที่ส่งไปมีการรับทราบแล้ว แต่ไม่อนุมัติก็ต้องส่งกับ กกพ.โดยไม่รู้ว่าจะสมทบกลับมาให้กองทุนหรือไม่ โดยการประชุมฯ มีนายภุชงค์ สฤษฎีชัยกุล หน.สำนักงานกองทุนฯ ร่วมประชุมด้วย
นายภิรมย์ เปิดเผยว่า โครงการชุมชน 2568 มีงบประมาณปีละกว่า 600 ล้าน มีการส่งโครงการไปจำนวน 624 โครงการ อนุมัติเพียง 38 โครงการ คือ โครงการจ้างครู 34 โครงการ และโครงการวันเด็กส่งไป 7 โครงการ อนุมัติมา 4 โครงการ ส่วนโครงการประเพณีและอื่นๆ ยังไม่ได้รับการอนุมัติจาก กกพ. ซึ่งไม่ทราบเหตุผลว่าทำไมถึงไม่อนุมัติ ซึ่งทุกโครงการได้มีการประชาคมของชาวบ้านเห็นชอบมาร่วมกันแล้ว จึงได้มีการตั้งโต๊ะแถลงข่าวให้ต่อสื่อมวลชนกระจายข่าวให้ไปถึง กกพ.ได้รับรู้ว่าทำไมจึงไม่อนุมัติงบ และจะรวมตัวกันเดินทางไปแสดงพลังที่หน้าโรงไฟฟ้าหน้าซึ่งเป็นเจ้าของเงินด้วย พร้อมกับมีมติร่วมกันว่าในปีงบประมาณ 2569 จะไม่มีการของบประมาณมาพัฒนาชุมชนอีกด้วย เป็นมาตรการกดดัน กกพ. โดยมีการทวงถามดังนี้ (1) ให้สำนักงานกองทุนฯ จัดทำบันทึกรวบรวมข้อร้องเรียนตามกล่าวข้างต้นทุกประเด็น ส่งถึง กกพ. เพื่อตอบเป็นหนังสือ (2) ประเด็นข้อร้องเรียน และสอบถาม 3 เรื่อง ดังนี้ 2.1 การรับทราบ หรือไม่รับทราบโครงการชุมชนล่าช้า ไม่ทันต่อความต้องการและจำเป็นของชุมชน ส่งผลให้เยาวชนเสียสิทธิอันควรจะได้รับ เช่นกิจกรรมวันเด็ก และทุนการศึกษา และประเพณีท้องถิ่นของชุมชน ที่จะถึงฤดูกาลในเดือนมีนาคม นี้ 2.2 กองทุนฯ ปฎิบัติการดำเนินจัดทำโครงการชุมชนตั้งแต่ประชาคม เสนอโครงการ คพรฟ.ประชุม อนุมัติโครงการ พร้อมพิจารณากลั่นกรอง ส่งถึง กกพ.ภายในเดือนกรกฎาคม ตามที่ กกพ. ‘กำหนดแผนงานและอนุมัติกรอบงบประมาณ’ ให้ตามปรากฎในระเบียบ กกพ. ปี 2563 แต่ กกพ. ไม่ถือปฎิบัติตามแผนงานที่ กกพ.เองกำหนด โดยเลี่ยงวลีว่า :โครงการชุมชน ต้องผ่านการพิจารณาของคณะอนุกรรมการฯ เพื่อ ‘รับทราบ หรือไม่รับทราบโครงการ’ ซึ่งไม่มีปรากฏในระเบียบฯ กกพ. ปี พ.ศ.2563 และกกพ. ไม่เคยแจ้งกรอบระยะเวลาในการโอนงบประมาณโครงการถึงกองทุนฯ ส่งผลให้ชุมชนที่เป็นผู้มีสิทธิในงบประมานกองทุนฯ เสียสิทธิและอื่นๆ ตามที่ควรจะได้รับ 2.3 การพิจารณา”ไม่รับทราบ ‘โครงการชุมชน เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะอนุกรรมการฯ ที่ กกพ.แจ้งหรือไม่ เนื่องจากโครงการชุมชน ได้ผ่านกระบวนการตามลำดับและสิ้นสุดที่ คพรฟ.พิจารณาอนุมัติ ซึ่งปรากฎในระเบียบฯ กกพ.ปี 2563 ดังนั้น จากประเด็นดังกล่าว การบริหารงบประมาณโครงการชุมชน ของกองทุนฯ มาบตาพุด ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของเงินกองทุน และระเบียบฯ กกพ. รวมถึงแนวทางการปฎิบัติอื่นๆ ที่ กกพ.กำหนดให้ กองทุนฯ ถือปฎิบัติในแต่ละปี ส่งผลให้เยาวชน ถึงประชาชนทั่วไป ในพื้นที่กระทบโดยตรงและมีสิทธิโดยตรงในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้าของกองทุนฯ เสียสิทธิ เสียโอกาส อันพึงจะได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล.


+ There are no comments
Add yours